<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://lpg.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://lpg.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://lpg.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/4738</link>
<guid isPermaLink="false">65e5833a3a1d38a6008bf13dcf68b1a6</guid>
<pubDate>Sat, 10 Apr 2021 10:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (หมากเต้า) และนำมาถวายพระเถระรูปนั้นจึงจ้างช่างให้นำมรกตนั้นไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปซึ่งก็คือ&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2" title="พระแก้วดอนเต้า">พระแก้วดอนเต้า</a>&nbsp;ซึ่งต่อมาได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87" title="วัดพระธาตุลำปางหลวง">วัดพระธาตุลำปางหลวง</a>สาเหตุจากตำนานบอกว่า มีผู้ไปฟ้องเจ้าเมืองลำปางในขณะนั้นว่า พระเถระและนางสุชาดาเป็นชู้กัน เจ้าเมืองลำปางจึงให้จับนางสุชาดาไปประหารชีวิต ส่วนพระเถระองค์นั้นทราบข่าวก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปหนีไป โดยได้นำไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน ส่วนสถานที่ตั้งบ้านของนางสุชาดาก็ได้มีผู้มีจิตศรัทธาในคุณงามความดีของนาง บริจาคเงินสร้างวัดขึ้นชื่อวัดสุชาดาราม แต่มีบางสันนิษฐานบอกว่าเนื่องจากวัดพระแก้วดอนเต้า และ วัดสุชาดาราม นั้นร้างลง แต่บางที่ก็มีการสันนิษฐานเพิ่มว่า น่าจะเป็นเพราะย่านนี้เป็นสวนหมากเต้า และเป็นที่ดอน จึงชื่อพระธาตุว่า พระบรมธาตุดอนเต้า และชื่อวัดว่า วัดพระธาตุดอนเต้า และต่อมาเมื่อมีการประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า จึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดพระแก้วดอนเต้า</p>

<p>วัดพระแก้วดอนเต้า เป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุดอนเต้า ซึ่งเป็นพระ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C" title="เจดีย์">เจดีย์</a>องค์ใหญ่ บรรจุ<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8&amp;action=edit&amp;redlink=1" title="พระเกศาธาตุ (ไม่มีหน้า)">พระเกศาธาตุ</a>ของพระพุทธเจ้า มณฑปศิลปะพม่า ลักษณะงดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ พอๆกับการสร้างวัดนี้ นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวง<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2&amp;action=edit&amp;redlink=1" title="พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติล้านนา (ไม่มีหน้า)">พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติล้านนา</a>&nbsp;และวิหาร<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1" title="พระเจ้าทองทิพย์ (ไม่มีหน้า)">พระเจ้าทองทิพย์</a></p>

<p>วัดพระแก้วดอนเต้า ได้รับประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3" title="กรมศิลปากร">กรมศิลปากร</a>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/8_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1" title="8 มีนาคม">8 มีนาคม</a>&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2478" title="พ.ศ. 2478">พ.ศ. 2478</a>&nbsp;ใน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2" title="ราชกิจจานุเบกษา">ราชกิจจานุเบกษา</a>&nbsp;เล่มที่ 52 ตอนที่ 75</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2527&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3" title="กระทรวงศึกษาธิการ">กระทรวงศึกษาธิการ</a>&nbsp;โดย&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" title="กรมการศาสนา">กรมการศาสนา</a>&nbsp;ประกาศรวมวัดพระแก้วดอนเต้า และวัดสุชาดาราม เข้าเป็นวัดเดียวกัน ชื่อ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม เมื่อวันที่&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/6_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1" title="6 สิงหาคม">6 สิงหาคม</a>&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2527" title="พ.ศ. 2527">พ.ศ. 2527</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://lpg.onab.go.th/th/file/get/file/202104109c014339b9d14629fb488978a7a5d65d104600.jpg' type='image/jpg' length='528215' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระเจดีย์ซาวหลัง พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://lpg.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>วัดพระเจดีย์ซาวหลัง</b>&nbsp;(<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD" title="ภาษาไทยถิ่นเหนือ">คำเมือง</a>:&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:LN-Wat_Chedi_Sao.png"><img alt="LN-Wat Chedi Sao.png" data-file-height="115" data-file-width="428" decoding="async" height="21" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/65/LN-Wat_Chedi_Sao.png/80px-LN-Wat_Chedi_Sao.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/65/LN-Wat_Chedi_Sao.png/120px-LN-Wat_Chedi_Sao.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/65/LN-Wat_Chedi_Sao.png/160px-LN-Wat_Chedi_Sao.png 2x" width="80" /></a>) ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นธงชัย ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ 5 กิโลเมตรตามถนนสาย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87" title="ลำปาง">ลำปาง</a>-<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%A1" title="อำเภอแจ้ห่ม">แจ้ห่ม</a>&nbsp;เป็นวัดใหญ่อยู่กลางทุ่งนา บริเวณวัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ &quot;ซาว&quot; แปลว่า &#39;ยี่สิบ&#39; และ &quot;หลัง&quot; แปลว่า &#39;องค์&#39; วัดพระเจดีย์ซาวหลัง แปลว่า&nbsp;<b>วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์</b></p>

<p>วัดนี้เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปางสร้างแต่โบราณ ทรงคุณค่าทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุ จากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องสมัยหริภุญชัยที่องค์พระเจดีย์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้สร้างมานานกว่าพันปีสิ่งที่น่าชมภายในวัดคือ องค์พระธาตุเจดีย์ซาว ที่มีศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหารหลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่า &quot;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88" title="พระเจ้าทันใจ">พระเจ้าทันใจ</a>&quot;</p>

<p>พระอุโบสถหลังใหญ่ซึ่งประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงาม บานประตูทั้งสามเป็นของโบราณ เขียนลวดลายรดน้ำละเอียดสวยงาม เสาซุ้มประตูหน้าต่างประดับลวดลายกระจกสีเป็นลักษณะศิลปะสมัยใหม่ และที่ศาลาการเปรียญเรือนไม้ชั้นเดียวด้านหลังพระอุโบสถ ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุที่ชาวบ้านนำมาถวาย นอกจากนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ชาวบ้านได้ขุดพบพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนัก 100 บาทสองสลึง มามอบให้แก่ทางวัดซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า&nbsp;<b>พระแสนแซ่ทองคำ</b>&nbsp;เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 21 ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วครึ่ง สูง 15 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่งชาติ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://lpg.onab.go.th/th/file/get/file/20210410b38eb1577addefae3667fdadaccf4bf7104006.jpg' type='image/jpg' length='125445' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดบุญวาทย์วิหาร พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://lpg.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตั้งอยู่ที่ ถนนบุญวาทย์ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ปี และเป็นวัดหลวงวัดแรกของจังหวัดลำปาง เดิมชื่อวัดกลางเมือง เป็นวัดที่ใช้ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของเจ้านายมาแต่โบราณตามประวัติมีว่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๔๗ สมัยเจ้าหลวงค่าโสม เจ้าผู้ครองนครลำปาง ได้รื้อวิหารหลังเก่าแล้วสร้างพระวิหารหลวงหลังหนึ่ง พระประธานองค์หนึ่ง พระเจดีย์องค์หนึ่ง กุฏิหลังหนึ่ง และหอไตรหลังหนึ่ง ครั้งสร้างเสร็จแล้วได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า&ldquo;วัดหลวงไซยสัณฐาน&rdquo; ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๕ เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง เห็นความทรุดโทรมลงมากได้ให้รื้อพระวิหารหลวง หอไตรกุฏิ และกำแพงวัดทั้งหมด แล้วให้หลวงประสานไมตรีราษฎร์ผู้เป็นนายช่างลงไปลอกแบบอย่างพระอารามหลวงในกรุงเทพมหานคร มาจัดสร้างขึ้นใหม่โดยได้สร้างพระวิหารหลวงหลังหนึ่ง มีลักษณะเป็นอาคารทึบ หลังคาจั่ว ฐานสูงกว่าวิหารล้านนา ตกแต่งภายในด้วยลายไทยภาคกลาง เหลือร่องรอยศิลปะล้านนาอยู่เพียงบางส่วน เช่น ตุงกระด้าง และค้ำยัน ซึ่งสันนิษฐานว่าคงจะน่ามาจากวิหารหลังเดิม และให้หล่อพระประธานขึ้นองค์หนึ่งขนานนามว่า &quot;พระเจ้าตนหลวง&quot; หน้าตักกว้าง ๑ วา ๒ ศอก สูง ๒ วา ๑๔ นิ้ว แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗ และได้รายงานเสนอขอเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า &quot;วัดหลวงบุญวาทย์บำรุง&quot; และใน พ.ศ. ๒๔๕๘ เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เป็นประธาน พร้อมด้วยพระธรรมจินดานายก (พระครูภูริโสภณ (ผาย)) เจ้าอาวาส ซึ่งดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดลำปาง ได้ทำการฉลองสมโภชและประชุมสงฆ์ร่วมทำสังฆกรรม จํานวน ๑๒๐ รูป ทำพระวิหารหลวงเป็นพระอุโบสถ เมื่อฉลองวัดและผูกพัทธสีมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาส และเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง ได้พร้อมกันนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ถวายวัดหลวงบุญวาทย์บำรุงเป็นพระอารามหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โดยให้ยกฐานะขึ้นเป็น &quot;พระอารามหลวง&quot; และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้ใหม่ว่า &quot;วัดบุญวาทย์วิหาร&quot; และเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจําจังหวัดลำปาง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://lpg.onab.go.th/th/file/get/file/202104104813fae2f77f326a236590bda35be904102127.jpg' type='image/jpg' length='105835' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระธาตุลำปางหลวง]]></title>
<link>https://lpg.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/648</link>
<guid isPermaLink="false">a1c2fe5565b5853ddaea85044918445c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>วัดพระธาตุลำปางหลวง</strong>&nbsp;ตั้งอยู่ในเขตตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปาง ไปทางทิศตะวันตก เฉียงใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าวว่ามีมา ตั้งแต่สมัย พระนางจามเทวี ในราวพุทธศตวรรษที่ 20 ตอนปลายเป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุด แห่งหนึ่งของไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ มากมาย<strong>พระธาตุลำปางหลวง</strong>&nbsp;เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของ คนปีฉลู ด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลู เช่นกัน ฐานเป็นบัวลูกแก้ว ส่วนองค์เป็นทรงกลมแบบล้านนาภาย นอกบุด้วยทองจังโก ยอดฉัตรทำด้วยทองคำ มีลายสลักดุนเป็นลวดลายประจำยามแบบต่างๆ ลักษณะเจดีย์ แบบนี้ได้ส่งอิทธิพลให้พระธาตุหริภุญไชย และพระบรมธาตุจอมทอง ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระเกศาและ พระอัฐิธาตุ จากพระนลาฎข้างขวา พระศอด้านหน้าและด้านหลัง ที่รั้วทองเหลืองรอบองค์พระธาตุมีรูกระสุนปืนที่ หนานทิพย์ ช้างยิงท้าวมหายศปรากฏอยู่</p>

<p>ตามตำนานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระสามองค์ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่างๆ จนถึงบ้านลัมภะกา รีวัน (บ้านลำปางหลวง) พระพุทธเจ้าได้ประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลัวะคนหนึ่งชื่อลัวะ อ้ายกอนเกิดความเลื่อมใสได้นำน้ำผึ้ง บรรจุ กระบอกไม้ป้างมะพร้าว และมะตูมมาถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ ได้ฉันน้ำผึ้ง แล้วทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ลัมพกัปปะ นคร แล้วได้ทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามาหนึ่งเส้น มอบให้แก่ลัวะ อ้ายกอนผู้นั้น ลัวะอ้ายกอนได้นำพระเกศานั้น บรรจุในผอบทองคำ และใส่ลงในอุโมงค์พร้อมกับถวายแก้วแหวนเงินทองเป็นเครื่องบูชา แล้วแต่งยนต์ผัด (ยนต์หมุน)รักษาไว้ และถมดินให้เรียบเสมอกัน แล้วก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์นั้น ในสมัยต่อมาได้มี กษัตริย์เจ้าผู้ครองนครลำปางอีกหลายพระองค์ มาก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซม จนกระทั่งเป็นวัดที่มีความงาม อย่างที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน ในทางประวัติศาสตร์นครลำปาง วัดพระธาตุลำปางหลวงมีประวัติว่า เมื่อปี พ.ศ. 2275 นครลำปางว่างจากผู้ครอง นครและเกิดความ วุ่นวายขึ้น สมัยนั้นพม่าเรืองอำนาจได้แผ่อิทธิพลปกครอง อาณาจักร ล้านนาไว้ได้ทั้งหมด พม่าได้ยึดครองนครเชียงใหม่ ลำพูน โดยแต่งตั้งเจ้าผู้ครองนคร อยู่ภายใต้การปกครองของ กษัตริย์พม่า ท้าวมหายศเจ้าผู้ครองนครลำพูนได้ยกกำลังมายึดนครลำปาง โดยได้มาตั้งค่ายอยู่ภายในวัดพระธาตุ ลำปางหลวง ครั้งนั้นหนานทิพย์ช้าง ชาวบ้านปงยางคก (ปัจจุบันอยู่อำเภอห้างฉัตร) วีรบุรุษ ของชาวลำปาง ได้รวบรวมพลทำการต่อสู้ทัพเจ้ามหายศ โดยลอบเข้ามาในวัด และใช้ปืนยิงท้าวมหายศตาย แล้วตีทัพลำพูนแตก พ่ายไป ปัจจุบันยังปรากฏรอยลูกปืนอยู่บนรั้ว ทองเหลืองที่ล้อมองค์พระธาตุเจดีย์ ต่อมาหนานทิพย์ช้างได้รับสถาปนาขึ้นเป็น พระยาสุลวะลือไชยสงคราม เจ้าผู้ครองนครลำปาง และเป็นต้นตระกูล ณ ลำปาง เชื้อเจ็ดตน ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน ณ น่าน</p>

<p><strong>วัดพระธาตุลำปางหลวง&nbsp;</strong>เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย ได้แก่</p>

<ol>
	<li><strong>ประตูโขง&nbsp;</strong>เป็นฝีมือช่างหลวงโบราณที่สวยงามก่ออิฐถือปูนทำเป็นซุ้มยอดแหลมเป็นชั้น ๆ มีสี่ทิศ ประดับตกแต่งด้วยลวดลาย ปูนปั้น รูปดอกไม้ และสัตว์ในหิมพานต์ ประตูโขงแห่งนี้ใช้เป็นสัญลักษณ์เมืองลำปางในตราจังหวัดลำปาง</li>
	<li><strong>วิหารหลวง&nbsp;</strong>เป็นวิหารประธานของวัด ตั้งอยู่บนแนวเดียวกับประตูโขง และองค์พระธาตุเจดีย์ เป็นวิหารจั่วรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทรงวิหารโล่งตาม แบบล้านนายุคแรก หลังคาจั่วซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ภายในวิหารบรรจุมณฑปพระเจ้าล้านทอง ด้านในของแนวคอสอง มีภาพเขียนสี โบราณเรื่องชาดก</li>
	<li><strong>องค์พระธาตุเจดีย์&nbsp;</strong>เป็นเจดีย์ล้านนาผสมเจดีย์ทรงลังกา ก่ออิฐถือปูน ประกอบด้วยฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมด้วยบัวมาลัยสามชั้น เป็นเจดีย์ ขนาดใหญ่ หุ้มด้วย แผ่นทองเหลือง ฉลุลายหรือที่เรียกว่าทองจังโก ตามตำนานกล่าวว่า เป็นบรรจุพระบรมสารีริก ธาตุวิหารน้ำแต้มเป็นวิหาร บริวารตั้ง อยู่ทางทิศเหนือขององค์พระธาตุเจดีย์ เป็นวิหารเครื่องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปร่าง และสัดส่วนงดงาม ภายในคอสองมีภาพเขียนสี โบราณ ที่เก่าแก่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริด ขนาดหน้าตัก กว้าง 45 นิ้ว</li>
	<li><strong>วิหารพระพุทธ&nbsp;</strong>ไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง แต่ประมาณอายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี เดิมเป็นวิหารเปิดโล่งหน้าบัน เป็นลายดอกไม้ติด กระจกสีภายในประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่เต็มอาคาร ก่ออิฐถือปูน ศิลปะเชียงแสน และยังปรากฏเงาพระธาตุภายในวิหารอีกด้วย</li>
	<li><strong>วิหารน้ำแต้ม&nbsp;</strong>หรือวิหารภาพเขียนสี (&ldquo;แต้ม&rdquo; แปลว่า ภาพเขียน) สร้างเมื่อ พ.ศ.2044 เป็นวิหารเปิดโล่งที่เก่าแก่ที่สุดอีกหลัง หนึ่งทางภาคเหนือ ภายในเป็นรูปแบบของสถาปัตยกรรมไทยที่งดงาม ไม่มีฝ้าเพดานกำแพงด้าน พระประธาน เขียนภาพลายทองบนพื้นรักแดง มีภาพจิตรกรรมศิลปะล้านนาบนแผงไม้คอสองที่กล่าวกัน ว่าเก่าแก่ที่สุดและหลง เหลือเพียงแห่งเดียว ในเมืองไทย อายุราวพุทธ ศตวรรษที่ 21 ลงมา แต่ปัจจุบันภาพเขียนลบเลือนไปมาก และประดิษฐานพระพุทธรูปสัมริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 1.25 เมตร สูง 1.25 เมตร</li>
	<li><strong>ซุ้มพระบาท&nbsp;</strong>สร้างครอบพระพุทธบาทไว้ ฐานก่อขึ้นเป็นชั้นคล้ายฐานเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 1992ภายในมองเห็นแสงหักเห ปรากฏเป็นเงาพระธาตุ และพระวิหารในด้านมุมกลับ แต่มีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้น</li>
	<li><strong>กุฏิพระแก้ว&nbsp;</strong>เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างเมื่อใด แต่ประมาณอายุไม่ต่ำกว่า 400 ปีมาแล้ว</li>
	<li><strong>วิหารพระเจ้าศิลา&nbsp;</strong>เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าศิลาซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงละโว้ เมื่อ พ.ศ. 1275 พระบิดาของ พระนางจามเทวีมอบให้ประดิษฐานไว้ ณ ที่นี้</li>
	<li><strong>พิพิธภัณฑ์&nbsp;</strong>รวบรวมศิลปวัตถุจากที่ต่างๆ ที่หาชมได้ยาก เช่นสังเค็ด ธรรมาสน์ คานหาบ ตู้พระไตรปิฎก เป็นต้น</li>
</ol>

<p>นอกจากนี้วัดพระธาตุลำปางหลวงยังเป็นที่ประดิษฐาน &ldquo;พระแก้วดอนเต้า&rdquo; (พระแก้วมรกต) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่ เมืองของจังหวัดลำปาง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะล้านนาสลักด้วยหยกสีเขียว ทุกปีจะมีงานนมัสการ พระแก้ว ดอนเต้าในวันเพ็ญเดือน 12</p>

<p>นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวัดพระธาตุลำปางหลวงได้ระหว่างเวลา 07.30-17.00 น.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://lpg.onab.go.th/th/file/get/file/202104104af52202f77beb11ba59ce2056aa7878094742.jpg' type='image/jpg' length='59037' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดจองคำ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://lpg.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>วัดจองคำ พระอารามหลวง</b>&nbsp;(<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD" title="ภาษาไทยถิ่นเหนือ">คำเมือง</a>:&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:LN-Wat_Chedi_Sao.png"><img alt="LN-Wat Chedi Sao.png" data-file-height="115" data-file-width="428" decoding="async" height="21" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/65/LN-Wat_Chedi_Sao.png/80px-LN-Wat_Chedi_Sao.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/65/LN-Wat_Chedi_Sao.png/120px-LN-Wat_Chedi_Sao.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/65/LN-Wat_Chedi_Sao.png/160px-LN-Wat_Chedi_Sao.png 2x" width="80" /></a>) ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหวด ห่างจากตัวอำเภองาวไปทางทิศใต้ประมาณสิบกิโลเมตรตาม<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%99" title="ถนนพหลโยธิน">ถนนพหลโยธิน</a><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87" title="ลำปาง">ลำปาง</a>-<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A7" title="อำเภองาว">งาว</a>&nbsp;เป็นวัดศิลปะไทยใหญ่ผสมพม่า พื้นที่วัดยาวถึงบนเขาไม่ปรากฏผู้สร้างชัดเจน สันนิษฐานว่าสร้างจากคหบดีชาวไทยใหญ่ที่ได้รับสัมปทานป่าไม้ในจังหวัดลำปางเพื่อเป็นพุทธบูชา</p>

<p>วัดจองคำเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปาง ได้รับการสถาปนาให้เป็น พระอารามหลวงชั้นตรี เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ ในวโรกาสมหามงคลที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี</p>

<p>พระมหาเจดีย์พุทธคยา จำลอง วัดจองคำ เป็นพระเจดีย์ที่สร้างจำลองแบบขนาดเทียบเท่ากับพระมหาเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย และมีหน่อต้นโพธิจากบริเวณพุทธคยาที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาปลูกบริเวณข้าง ๆ พระเจดีย์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://lpg.onab.go.th/th/file/get/file/20210410134067288c40c1e0d1539f4835f78811100738.jpg' type='image/jpg' length='121024' />
</item>
</channel>
</rss>
